ระเบียบและข้อกำหนด

tมหาวิทยาลัยกำหนดระเบียบเกี่ยวกับการแบ่งภาคการศึกษา
สถานภาพนักศึกษา การลงทะเบียนเรียน และการจบ
การศึกษา

     

ระเบียบและข้อกำหนด

การแบ่งภาคการศึกษา
          
เป็นระบบทวิภาค โดยในแต่ละปีการศึกษาแบ่งเป็นการศึกษาภาคปกติ ๒ ภาค และภาคฤดูร้อน ๑ ภาค ดังนี้
                   ๑.การศึกษาภาคปกติมี ๒ ภาค คือ ภาคการศึกษาที่ ๑ และกาคการศึกษาที่ ๒ แต่ละภาคมีระยะเวลาเรียนไม่น้อยกว่า ๑๖ สัปดาห์
                   ๒.ภาคฤดูร้อน ๒ ภาค ให้เทียบเท่าการศึกษาภาคปกติ ๑ ภาค นักศึกษาจะต้องมีระยะเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติและอย่างมากไม่เกิน ๑๖ ภาคการศึกษาปกติ และจะต้องเรียนและสอบได้หน่วยกิตครบตามหลักสูตร และไม่เกิน ๒๔ ภาคการศึกษาภาคค่ำ

    ภาษาที่ใช้สอน
           
ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก เว้นแต่ภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศอื่นๆ ซึ่งจัดสอนโดยใช้ภาษาต่างประเทศนั้นๆเป็นหลัก

    เวลาเรียน
              ภาคปกติ เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๖.๓๐ น.
              ภาคค่ำ เวลา ๑๗.๓๐ - ๒๐.๐๐ น.

    การจำแนกสภาพนักศึกษา
    
๑.การจำแนกสภาพนักศึกษา  จะกระทำเมื่อสิ้นภาคการศึกษาแต่ละภาค

      ๒.สภาพนักศึกษามี ๒ ประเภท คือ  สภาพปกติ  และสภาพรอพินิจ

        (๑) นักศึกษาสภาพปกติ  ได้แก่

        ก.นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนเป็นภาคการศึกษาแรก

        ข.นักศึกษาที่สอบได้คะแนนระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า ๒.๐๐ จากระบบ ๔ แต้มระดับคะแนน

        (๒) นักศึกษาสภาพรอพินิจ  ได้แก่นักศึกษาที่สอบได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ ๑.๕๐ ถึง ๑.๙๙  แต่ยังไม่พ้นสภาพการเป็นนักศึกษาตามเกณฑ์การพ้นสภาพนักศึกษา


    ฐานะนักศึกษา
    
การจำแนกฐานะชั้นปีของนักศึกษาจะกระทำเมื่อสิ้นสุดแต่ละปีการศึกษาตามเกณฑ์ ดังนี้

    หลักสูตร ๔ ปี

    ๑.นักศึกษาชั้นปีที่ ๑ ได้แก่  นักศึกษาที่สอบได้ไม่ต่ำกว่า ๓๖ หน่วยกิต

    ๒.นักศึกษาชั้นปีที่ ๒ ได้แก่  นักศึกษาที่สอบได้ตั้งแต่ ๓๖ หน่วยกิตขึ้นไป  แต่ต่ำกว่า ๗๒ หน่วยกิต

    ๓.นักศึกษาชั้นปีที่ ๓ ได้แก่  นักศึกษาที่สอบได้ตั้งแต่ ๗๒ หน่วยกิตขึ้นไป  แต่ต่ำกว่า ๑๐๕ หน่วยกิต

    ๔.นักศึกษาชั้นปีที่ ๔ ได้แก่  นักศึกษาที่สอบได้ตั้งแต่ ๑๐๕ หน่วยกิตขึ้นไป  

    หลักสูตรต่อเนื่อง ๒ ปี

    ๑.นักศึกษาชั้นปีที่ ๑ ต่อเนื่อง  ได้แก่  นักศึกษาที่สอบได้ไม่ต่ำกว่า  ๓๐  หน่วยกิต

    ๒.นักศึกษาชั้นปีที่ ๒ ต่อเนื่อง  ได้แก่  นักศึกษาที่สอบได้ตั้งแต่  ๓๐  หน่วยกิตขึ้นไป


    การพ้นสภาพนักศึกษา
    
เกณฑ์การพ้นสภาพเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี มีดังนี้

    ๑.ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า ๑.๕๐ ยกเว้นปีที่ ๑ ภาคแรก

    ๒.ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า ๑.๗๕  ในสองภาคการศึกษาติดต่อกัน

    ๓.ไม่สามารถเรียนสำเร็จภายใน ๑๖ ภาคการศึกษาปกตินับตั้งแต่ภาคแรกที่ลงทะเบียนเรียน

    ๔.มหาวิทยาลัยสั่งให้พ้นสภาพนักศึกษา  ด้วยเหตุกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

    ๕.เรียนจนครบหลักสูตร  และได้ระดับปริญญาตรี

    ๖.นักศึกษาลาพักเกิน ๒ ภาคการศึกษาติดต่อกัน

    ๗.ลาออกด้วยความสมัครใจ

    ๘.ถึงแก่กรรม


    การรับเทียบโอนนักศึกษา
    
        มหาวิทยาลัยจะรับโอนนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาอื่นเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยตามประกาศทบวงมหาวิทยาลัย  เรื่องกฎเกณฑ์การเทียบโอนวิชาเรียน  และโอนหน่วยกิตสำหรับหลักสูตรที่ไม่สูงกว่าปรญญาตรีเพื่อเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน  พ.ศ.๒๕๒๕  และหรือระเบียบของมหาวิทยาลัยที่สอดคล้องกับประกาศทบวงมหาวิทยาลัย



การลงทะเบียนเรียน

การลงทะเบียน
การลงทะเบียน  จะต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา  ถ้าวิชาใดมีวิชาที่ต้องศึกษาก่อน (Prerequisite)  ซึ่งกำหนดไว้ในหลักสูตร  นักศึกษาจะต้องศึกษาวิชาที่ต้องศึกษาก่อน  หรือสอบวิชาที่ต้องศึกษาก่อนให้ได้หรือได้รับอนุมัติจากคณบดีเป็นกรณีพิเศษ  จึงจะมีสิทธิลงทะเบียนวิชานั้นๆ
• มหาวิทยาลัยจะกำหนดให้มีการลงทะเบียนศึกษาวิชาต่างๆในต้นภาคการศึกษา  นักศึกษาที่มิได้ลงทะเบียนในเวลาที่กำหนด  จะไม่มีสิทธิเข้าเรียนในภาคการศึกษานั้น  ยกเว้นในกรณีซึ่งนักศึกษามีเหตุจำเป็นสุดวิสัยและได้รับอนุมัติลงทะเบียนได้เป็นกรณีพิเศษจากคณบดี  โดยจะต้งเสียค่าปรับตามประกาศของมหาวิทยาลัย  สำหรับนักศึกษาที่ไม่สามารถลงทะเบียนศึกษาวิชาในภาคการศึกษาปกติจะต้องติดต่อสำนักงานทะเบียนและวัดผล  ภายในระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนดและประกาศให้ทราบ
• จำนวนหน่วยกิตที่นักศึกษาจะลงทะเบียนได้้  นักศึกษาปกติจะต้องลงทะเบียนศึกษาในแต่ละภาคปกติไม่ต่ำกว่า ๙ หน่วยกิต  และไม่เกิน ๒๒ หน่วยกิต  และในภาคฤดูร้อนจะลงทะเบียนศึกษาได้ไม่เกิน ๙ หน่วยกิต

สำหรับนักศึกษารอพินิจ  จะต้องลงทะเบียนศึกษาในภาคปกติไม่ต่ำกว่า ๙ หน่วยกิต และไม่เกิน ๑๕ หน่วยกิต และในภาคฤดูร้อนจะลงทะเบียนศึกษาไม่เกิน ๖ หน่วยกิต  แต่จะยื่นคำร้องขออนุมัติจากคณบดี  เพื่อลงทะเบียนศึกษามากกว่าที่กำหนดไว้ได้อีกไม่เกิน ๓ หน่วยกิต  ทั้งภาคปกติและภาคฤดูร้อน
• นักศึกษาอาจลงทะเบียนศึกษาวิชาต่ำกว่าที่กำหนดไว้ตามข้อ ๓ ได้ในกรณีมีวิชาที่ต้องศึกษาให้ครบตามหลักสูตรภายในสองภาคการศึกษาปกติ  โดยได้รับอนุมัติจากคณบดี
• นักศึกษาต้องลงทะเบียนศึกษาวิชาด้วยตนเอง  ตามวัน  เวลาและสถานที่ที่มหาวิทยาลัยกำหนด

การเพิ่มและเพิกถอนวิชา
•  การขอเพิ่มวิชาจะกระทำได้ภายใน ๒ สัปดาห์แรกของภาคการศึกษาปกติ  หรือภายในสัปดาห์แรกของภาคฤดูร้อน  นับถัดจากวันกำหนดลงทะเบียนและได้รับอนุมัติจากอาจารย์ที่ปรึกษา
•  การขอเพิกถอนวิชาต้องได้รับอนุมัติจากอาจารย์ที่ปรึกษา และให้มีผลดังนี้
- การเพิกถอนภายใน ๓ สัปดาห์แรกของภาคการศึกษาปกติหรือ ๒ สัปดาห์แรกของภาคฤดูร้อน  นับถัดจากวันกำหนดลงทะเบียนวิชาที่ชอเพิกถอนนั้นจะไม่บันทึกในรายงานผลการศึกษา
- การเพิกถอนเมื่อพ้น ๓ สัปดาห์แรกแต่ไม่เกิน ๖ สัปดาห์ของภาคการศึกษาปกติหรือ  เมื่อพ้น ๒ สัปดาห์แรก  แต่ไม่เกิน ๓ สัปดาห์ของภาคฤดูร้อน  นับถัดจากวันกำหนดลงทะเบียน  วิชาที่ขอเพิกถอนนั้น  ขะบันทึกสัญลักษณ์ในรายงานผลการศึกษา
•  การขอเพิกถอนวิชาภายหลังระยะเวลาที่กำหนดไว้  จะต้องทำคำร้องขออนุมัติเป็นกรณีพิเศษจากคณบดีที่จัดสอนวิชาที่นักศึกษาประสงค์จะเพิกถอน  ถ้าได้รับอนุมัติให้เพิกถอนได้  วิชาที่ขอเพิกถอนจะบันทึกสัญลักษณ์  ถ้าไม่ได้การอนุมัตินักศึกษาจะต้องศึกษาวิชานั้นต่อไป

•  การขอเพิ่มและการขอเพิกถอนวิชานี้  จะต้องไม่ขัดกับจำนวนหน่วยกิตต่อภาคการศึกษา


การสำเร็จการศึกษา

นักศึกษาจะสำเร็จการศึกษาและได้รับการเสนอให้ได้รับปริญญาตรีต้องเรียนครบตามจำนวนหน่วยกิตที่กำหนดไว้ในหลักสูตรและข้อกำหนดของแต่ละสาขาและสอบไล่ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่  ๒.๐๐  ขึ้นไป

       การแจ้งจบการศึกษา
       การแจ้งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี   เพื่อให้ผู้จบปริญญาตรีได้รับอนุมัติสำเร็จการศึกษาโดยสภามหาวิทยาลัยตามระเบียบมหาวิทยาลัยภาคกลางว่าด้วยการ ศึกษาระบบหน่วยกิตชั้นปริญญาบัณฑิต พ.ศ. ๒๕๒๙  เป็นต้นไปด้วยความเรียบร้อยสมบูรณ์จึงให้ผู้ผ่านการศึกษาครบถ้วนตามหลักสูตร  ปฏิบัติดังต่อไปนี้

    ๑.   ยื่นคำร้องขอจบการศึกษา ตามแบบ  ม.ภก.๙๙  และส่งแฟ้มเอกสาร  (ตามที่ระบุในข้อ ๒) ตามวันที่มหาวิทยาลัยกำหนด  ที่ส่วนงานสารบรรณ และเก็บเอกสารใบท้ายคำร้องไว้เป็นหลักฐาน
   ๒.   ส่งแฟ้มเอกสารหลักฐานตรวจสอบคุณสมบัติ ๙ ประการประกอบด้วย
           ๑.)     หลักฐานยืนยันพันธะค่าธรรมเนียม และชำระให้ครบถ้วน
           ๒.)    หลักฐานคุณวุฒิการศึกษาก่อนเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัย ต้องไปขอรับหนังสือรับรองคุณวุฒิ จากสถานศึกษาเดิม ด้วยตนเอง (ถ้าวิทยาลัยไม่ได้รับตอบ)
           ๓.)    หลักฐานการฝึกงานโดยต้องไปขอรับจากหน่วยงานที่ฝึกด้วยตนเอง (ถ้ามหาวิทยาลัยยังไม่ได้รับตอบ)
           ๔.)    รายงาน ๔ เล่ม ประกอบด้วย  (นำส่งพร้อมบัตรกิจกรรม)

           นักศึกษาภาคปกติ
                   ๔.๑   รายงานกิจกรรมหลัก ๑ ฉบับ  (กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง)
                   ๔.๒  รายงานทัศนศึกษา ๑ ฉบับ (ครั้งใดครั้งหนึ่งที่มหาวิทยาลัยเป็นผู้จัด)                   
                   ๔.๓   รายงานการดูงาน ๑ ฉบับ  (ครั้งใดครั้งหนึ่งที่มหาวิทยาลัยเป็นผู้จัด)
                   ๔.๔   รายงานกิจกรรมชมรม ๑ ฉบับ

            นักศึกษาภาคค่ำ  
                   ๔.๑   รายงานกิจกรรมหลัก  ๑  ฉบับ (กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง)
                   ๔.๒  รายงานประวัติหน่วยงานและรายละเอียดที่ทำงาน  ๑  ฉบับ
                   ๔.๓  รายงานกิจกรรมสาขา  ๑  ฉบับ

       ๕.)   ระเบียนชุดวิชาเรียน ในสภาพสะอาดเรียบร้อยพร้อมทั้งกรอกข้อความครบถ้วน
       ๖.)    วิทยสาร   ๑  ฉบับ
       ๗.)    บทความเกร็ดความรู้โดยนำส่งวารสารเกร็ดความรู้ที่ลงบทความของตนเอง ๑ ฉบับ
       ๘.)    ปัจฉิมนิเทศ  ๑ ฉบับ
       ๙.)    บันทึกกิจกรรมการแต่งชุดทำงาน  ๑  ฉบับ

(เอกสารในข้อ ๔,๖  และ  ข้อ ๘  ต้องเป็นเอกสารที่มีประทับตรา"อนุมัติ" หรือ "ตรวจแล้ว" จากมหาวิทยาลัย)

    การให้ปริญญา
           ๑.มหาวิทยาลัยให้อนุปริญญาแก่ผู้ที่สอบไล่ได้ครบทุกลักษณะวิชาตามหลักสูตรปริญญาตรีและได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ถึง ๒.๐๐ แต่ไม่ต่ำกว่า ๑.๕๐ 
           ๒.มหาวิทยาลัยให้ปริญญาตรีแก่ผู้ที่สอบไล่ได้ครบทุกลักษณะวิชาตามหลักสูตรปริญญาตรี และได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ ๒.๐๐ หรือ C ขึ้นไป

    เกียรตินิยม
           ๑.ปริญญบัณฑิตเกียรตินิยมอับดับหนึ่ง มีคุณสมบัติดังนี้
               (๑) สอบได้หน่วยกิตครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ในหลักสูตรภายใน ๘ ภาคการศึกษาปกติและเทียบเท่าทั้งนี้ไม่นับภาคการศึกษาที่อนุมัติให้ลาพัก
               (๒) สอบได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ ๓.๕๐ ขึ้นไป
               (๓) ไม่เคยสอบวิชาใดได้ระดับคะแนน W หรือ F
           ๒.ปริญญาบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับสอง มีคุณสมบัติดังนี้
               (๑) สอบได้หน่วยกิตครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ในหลักสูตรภายใน ๘ ภาคการศึกษาปกติและเทียบเท่าทั้งนี้ไม่นับภาคการศึกษาที่อนุมัติให้ลาพัก
               (๒) สอบได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ ๓.๒๕ ขึ้นไป
               (๓) ไม่เคยสอบวิชาใดได้ระดับคะแนน W หรือ F